[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _SCRIPT _VERSION

  

Deprecated: Function ereg_replace() is deprecated in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/includes/function.in.php on line 11

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/includes/function.in.php on line 12

Warning: Illegal string offset 'Pageview' in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/modules/knowledge/readknowledge.php on line 45
บทความ
ระบบประกันสุขภาพที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้บริการสุขภาพของกลุ่มแรงงานข้ามชาติ

ศุกร์ ที่ 25 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2555


ระบบประกันสุขภาพที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้บริการสุขภาพของกลุ่มแรงงานข้ามชาติ
 
               ในปี พ.ศ. 2553 กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน คาดการณ์ว่ามีกลุ่มแรงงานข้ามชาติจาก 3 ประเทศ คือ พม่า ลาวและกัมพูชา เข้ามาทำงานในประเทศไทยจำนวนสูงถึง 1.3 ล้านคน แบ่งเป็นกลุ่มที่เข้าเมืองถูกกฎหมายจำนวน 344,686 คน ส่วนกลุ่มที่เหลืออีกจำนวน 955,595 คน เป็นกลุ่มที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งได้รับการผ่อนผันอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยได้ตามมติคณะรัฐมนตรีทุกปีตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2541 เป็นต้นมา โดยกลุ่มนี้ต้องขึ้นทะเบียน ตรวจสุขภาพและมีระบบประกันสุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติ เนื่องจากประเทศไทยยังมีความต้องการแรงงานไร้ฝีมือและราคาถูกอยู่มาก โดยเฉพาะงานสกปรก ยากลำบาก และอันตราย
 
               ระบบประกันสุขภาพสำหรับแรงงานต่างชาติตามมติคณะรัฐมนตรีทุกปีดังกล่าว รับผิดชอบดูแลกำกับนโยบายและแนวทางการดำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงแรงงาน ซึ่งกำหนดกรอบสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลและส่งเสริมป้องกันโรคใกล้เคียงกับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่การบริหารจัดการระบบและการจัดระบบการเงินการคลังและการจัดระบบบริการสุขภาพ จะมีลักษณะคล้ายๆ กับระบบประกันสังคม คือ กำหนดให้สถานพยาบาลที่รับขึ้นทะเบียนเป็นผู้ถือเงินค่าประกันสุขภาพ (1,300 บาท/คน/ปี) และเป็นผู้ให้บริการหลัก แล้วแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และเป็นค่าบริหารจัดการระบบเบิกจ่ายและค่ารักษาพยาบาลกรณีค่าใช้จ่ายสูง
 
               สถานการณ์ปัญหาเกี่ยวกับกลุ่มแรงงานข้ามชาติและระบบประกันสุขภาพที่สำคัญ คือ (1) แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ยังไปใช้บริการค่อนข้างต่ำ ซึ่งอาจมาจากปัญหาอุปสรรคในการเข้ารับบริการ เช่น ความสะดวกในการเดินทางเพราะต้องมีนายจ้างพาไป ต้องใช้เวลารอคอยนานทำให้ขาดรายได้สื่อสารกับแพทย์และเจ้าหน้าที่ไม่ได้และล่ามมีจำนวนจำกัด รวมถึงการถูกคุกคามและจับกุมจากเจ้าหน้าที่ (2) แรงงานข้ามชาติที่ได้รับการผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรีฯ ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการทั้งหมด ทำให้การบริหารจัดการการเงินการคลังของระบบประกันสุขภาพไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร รวมทั้งการจัดระบบบริการสุขภาพของสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนในปัจจุบัน ยังไม่สอดคล้องและตอบสนองต่อปัญหาและความจำเป็นด้านสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (3) กรณีการเข้าถึงและได้รับยาต้านไวรัสเอดส์ของแรงงานข้ามชาติที่ติดเชื้อ จำเป็นจะต้องได้รับยาต้านไวรัสเอดส์อย่างครอบคลุมและทั่วถึง ทั้งกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มีบัตรประกันสุขภาพและไม่มีบัตรประกันสุขภาพ
 
               จากการตรวจสุขภาพและการสำรวจพฤติกรรมแสวงหาบริการและการใช้บริการสุขภาพ รวมทั้งภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพกลุ่มแรงงานข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและระยอง พบว่า1 แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ร้อยละ 95-98 มีสุขภาพปกติ และมีโรคติดต่อสำคัญที่ต้องติดตามรักษา (ประเภทที่ 2) ทั้ง 2 จังหวัด คือ วัณโรคและซิฟิลิส แรงงานข้ามชาติกลุ่มที่มีบัตรประกันสุขภาพ มีรายได้สูงกว่ากลุ่มที่ไม่มีบัตร ส่วนใหญ่ร้อยละ 70-96 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และการใช้บริการค่อนข้างดีโดยกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มีบัตรประกันสุขภาพมีความรู้และความเข้าใจมากกว่ากลุ่มที่ไม่มีบัตร ส่วนสิทธิประโยชน์และการใช้บริการที่ยังรู้และเข้าใจน้อย คือ ด้านส่งเสริม/ป้องกันและบริการป่วยฉุกเฉิน/อุบัติเหตุ เมื่อเจ็บป่วยเล็กน้อยแรงงานข้ามชาติทั้ง 2 กลุ่มใน 2 จังหวัดส่วนใหญ่ไปซื้อยากินเองที่ร้านขายยาและนอนพัก มีเพียงร้อยละ 8-13 ที่ไปใช้บริการที่สถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียน เมื่อเจ็บป่วยหนักแรงงานต่างชาติที่มีบัตรประกันสุขภาพส่วนใหญ่ร้อยละ 51-73 ไปใช้บริการที่สถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียน โดยแรงงานต่างชาติในจังหวัดระยองไปใช้บริการสูงกว่าจังหวัดสมุทรสาคร ส่วนกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีบัตรจะไปใช้บริการน้อยกว่ากลุ่มที่มีบัตรอย่างชัดเจน
 
ตารางที่ 1 ความรู้ความเข้าใจสิทธิประโยชน์ของแรงงานข้ามชาติที่มีบัตรประกันสุขภาพ
 

               ในด้านภาระค่าใช้จ่ายสุขภาพ พบว่าแรงงานข้ามชาติกลุ่มที่มีบัตรประกันสุขภาพส่วนใหญ่ ร้อยละ 68-84 จ่ายเงินให้กับสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนเพียง 30 บาท มีส่วนน้อยเพียงร้อยละ 3-7 เท่านั้นที่จ่ายเงินให้กับสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนมากกว่า 30 บาท ส่วนแรงงานข้ามชาติกลุ่มที่ไม่มีบัตรส่วนใหญ่จะมีภาระค่าใช้จ่ายสูงกว่าประมาณ 5 เท่า สันนิษฐานว่าประมาณร้อยละ 35 ของแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีบัตรในจังหวัดสมุทรสาครอาจมีการสวมสิทธิมาใช้บริการ และแรงงานข้ามชาติกลุ่มที่มีบัตรประกันสุขภาพและไม่มีบัตรของจังหวัดระยองได้รับคำปรึกษา (VCT) เพื่อเจาะเลือดหาเชื้อไวรัสเอชไอวี และเข้าถึงยาต้านไวรัสเอดส์สูงกว่าจังหวัดสมุทรสาครเช่นเดียวกัน โดยแรงงานข้ามชาติที่ติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่ร้อยละ 63-69 ได้รับยาต้านเชื้อไวรัสเอดส์ (ARV) จากโครงการ NAPHA ส่วนที่เหลือจะต้องซื้อยากินเอง
 
ตารางที่ 2 ภาระค่าใช้จ่ายบริการสุขภาพของแรงงานข้ามชาติที่มี และไม่มีบัตรประกันสุขภาพ
 

               เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์เกี่ยวกับความรู้และความเข้าใจเรื่องสิทธิประโยชน์ของระบบประกันสุขภาพ พฤติกรรมแสวงหาบริการและการใช้บริการ และภาระค่าใช้จ่ายของแรงงานข้ามชาติทั้ง 2 กลุ่มในพื้นที่ 2 จังหวัดแล้ว เห็นสมควรให้ปรับปรุงระบบประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติที่กระทรวงสาธารณสุขดูแลให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น โดยให้มีมาตรการขยายระบบประกันสุขภาพให้ครอบคลุมแรงงานข้ามชาติกลุ่มที่ยังไม่มีบัตรเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งส่วนของแรงงานข้ามชาติเองและภาครัฐ ตลอดจนให้มีกลไกประสานและติดตามประเมินผลการทำงานในระดับจังหวัดจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง แรงงาน สาธารณสุข เจ้าของสถานประกอบการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรเอกชนไม่แสวงหากำไรในพื้นที่ รวมทั้งตัวแทนกลุ่มแรงงานข้ามชาติ โดยสนับสนุนให้ร้านขายยาและหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่เข้ามาร่วมให้บริการสุขภาพด้วยเมื่อเจ็บป่วยเล็กน้อย และควรกำหนดให้ความครอบคลุมในการรับยาต้านเชื้อไวรัสเอดส์เป็นประเด็นสิทธิประโยชน์ที่สำคัญด้านส่งเสริมและป้องกันโรค
 
______________________________
1 ชาญวิทย์ ทระเทพ และคณะ (2554). รายงานการศึกษาพฤติกรรมการแสวงหาบริการและการใชบ้ ริการเพื่อพัฒนาระบบการเงินการคลังสุขภาพ และการจัดบริการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการสำหรับแรงงานข้ามชาติ. สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย.


เข้าชม : 3859



<