[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _SCRIPT _VERSION

  

Deprecated: Function ereg_replace() is deprecated in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/includes/function.in.php on line 11

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/includes/function.in.php on line 12

Warning: Illegal string offset 'Pageview' in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/modules/knowledge/readknowledge.php on line 45
บทความ
การเบิกค่ากลูโคซามีนในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ

ศุกร์ ที่ 25 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2555


การเบิกค่ากลูโคซามีนในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ
 
               กลูโคซามีนถูกจัดเป็นรายการที่ต้องควบคุมการสั่งใช้ในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ เนื่องจากมีมูลค่าการเบิกจากโรงพยาบาล 34 แห่งสูงปีละกว่า 600 ล้านบาท (เดือนละประมาณ 50 ล้านบาท) ในขณะที่หลักฐานเชิงประจักษ์ยังแสดงประสิทธิผลได้ไม่ชัดเจน และระบบประกันสุขภาพในหลายประเทศทั้งในยุโรปและเอเซียไม่อนุญาตให้เบิกด้วยเหตุผลว่าไม่คุ้มค่า ขณะที่สหรัฐอเมริกากำหนดให้กลูโคซามีนเป็นอาหารเสริมจากเหตุผลดังกล่าวคณะกรรมการบริหารระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการจึงมีมติให้รายการดังกล่าวไม่สามารถเบิกได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 ภายหลังกลุ่มวิชาชีพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มผู้ป่วยได้เสนอให้มีการทบทวนมติดังกล่าว แม้จะมีหลักฐานยืนยันว่ารายการดังกล่าวไม่คุ้มค่าทำให้คณะกรรมการฯ มีมติให้รายการดังกล่าวสามารถเบิกได้อีกครั้งภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดโดยราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย โดยให้ผู้ป่วยจ่ายเงินไปก่อน และใช้ใบเสร็จพร้อมใบรับรองจากแพทย์ผู้สั่งใช้เพื่อประกอบการขอเบิกตั้งแต่เดือนกรกฏาคม 2554
 
               จากข้อมูลการเบิกจ่ายที่ผ่านการตรวจสอบโดยกรมบัญชีกลางในรอบ 6 เดือนแรก ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2554 จำนวน 2,015 ครั้ง มูลค่าเฉลี่ยครั้งละ 1,300 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 2.6 ล้านบาท (เดือนละประมาณ 4.4 แสนบาท) โดยเป็นการเบิกจากหน่วยงาน 168 แห่ง ทั้งนี้ผู้เบิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพ่อแม่และข้าราชการบำนาญที่มีอายุมากกว่าหกสิบปี (74%) พบ 94 ครั้ง (5%) ที่ใช้ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 56 ปี ซึ่งผิดเงื่อนไขการเบิก
 

               การสั่งจ่ายกลูโคซามีนซัลเฟตที่ผ่านการตรวจสอบจากกรมบัญชีกลางในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมานี้ สั่งจ่ายจากโรงพยาบาล 101 แห่ง ในจำนวนนี้ 23 แห่งสั่งจ่ายและเบิกเพียงครั้งเดียว และ 47 แห่งสั่งจ่ายน้อยกว่า 5 ครั้ง (ส่วนใหญ่จะเป็นสถานพยาบาลขนาดเล็กและสั่งจ่ายแก่บุคลากรในหน่วยงานตนเอง) มีสถานพยาบาล 2 แห่งสั่งจ่ายและเบิกมากกว่า 250 ครั้ง ซึ่งเมื่อรวมจำนวนการสั่งใช้ของสถานพยาบาล 7 แห่ง (A-G) มีการสั่งจ่ายรวมคิดเป็นร้อยละ 56 ของการสั่ง 2,015 ครั้ง (หรือ 58% ของมูลค่าการเบิกรวม 2.6 ล้านบาท)
 

               มีแพทย์จำนวน 554 ท่านสั่งจ่ายกลูโคซามีนในโรงพยาบาลที่ออกหลักฐานเพื่อการเบิกค่าใช้จ่าย ส่วนใหญ่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์ (74%) และสั่งจ่ายคิดเป็นร้อยละ 85 ของจำนวนใบสั่งทั้งหมด มีแพทย์ 4 ท่านสั่งใช้กลูโคซามีนมากกว่า 40 ใบสั่งยา ทั้งนี้ Viatril คือชื่อการค้าของกลูโคซามีนที่สั่งใช้เป็นส่วนใหญ่ (47%) และมีมากถึงร้อยละ 43 ที่ไม่ระบุชื่อการค้า มีการสั่งใช้ครั้งละนานกว่า 6 สัปดาห์หรือไม่ระบุ ร้อยละ 13
 

               ในภาพรวม แพทย์ระบุเหตุผลการสั่งใช้ในร้อยละ 75 ของใบสั่งกลูโคซามีนว่าเป็นไปตามเงื่อนไขทั้งข้อ 1 (ใช้การรักษาแบบอนุรักษ์นิยมมาแล้วไม่ได้ผล) และข้อ 2 (ใช้ตามแนวทางกำกับของราชวิทยาลัยฯ) และอีกร้อยละ 16 ไม่ได้ระบุเหตุผลในการสั่งใช้ ร้อยละ 53 ของใบสั่งระบุว่าเป็นการใช้ครั้งแรก แต่มีถึงร้อยละ 17 ที่ผู้สั่งใช้ระบุวัตถุประสงค์การสั่งใช้ที่ซ้ำซ้อนหรือไม่ยอมระบุลักษณะการใช้
 

               เมื่อพิจารณาจากหลักฐานการเบิกจ่ายประกอบเงื่อนไขการสั่งใช้พบว่า ร้อยละ 25 เป็นการสั่งใช้ผิดเงื่อนไข คือ ผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 56 ปี สั่งใช้ครั้งละนานกว่า 6 สัปดาห์ หรือไม่ระบุเงื่อนไขการสั่งใช้ตามข้อ 1, 2 หรือ 3 นอกจากนี้มีการเบิกจ่ายอีกร้อยละ 6 ที่ไม่ระบุอายุของผู้ป่วยหรือปริมาณการสั่งใช้ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบ มีเพียงร้อยละ 6 ที่ไม่พบปัญหาใดๆ
 
               โดยสรุป จะเห็นว่าปริมาณการเบิกจ่ายกลูโคซามีนซัลเฟตดังกล่าวลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ บ่งชี้ว่าการสั่งใช้รายการดังกล่าวก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่อาจจะเป็นไปอย่างไม่สมเหตุสมผล ประกอบกับการให้ผู้รับบริการต้องสำรองจ่ายและเบิกคืนได้ภายหลังหากเป็นไปตามข้อบ่งชี้ของราชวิทยาลัยฯ โดยต้องมีหนังสือรับรองจากแพทย์ที่ทำการสั่งจ่ายระบุข้อบ่งชี้ประกอบการเบิก น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้การสั่งจ่ายรายการดังกล่าวเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น อย่างไรก็ดียังคงมีการสั่งใช้ถึงหนึ่งในสี่ที่ถูกปฏิเสธการจ่ายเนื่องจากไม่ตรงตามข้อบ่งชี้ที่กำหนด ขณะเดียวกันอาจจำเป็นต้องตรวจสอบความเหมาะสมของการสั่งจ่ายของแพทย์เฉพาะราย


เข้าชม : 2404



<