[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _SCRIPT _VERSION

  

Deprecated: Function ereg_replace() is deprecated in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/includes/function.in.php on line 11

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/includes/function.in.php on line 12

Warning: Illegal string offset 'Pageview' in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/modules/knowledge/readknowledge.php on line 45
บทความ
การหกล้มในผู้สูงอายุ

ศุกร์ ที่ 25 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2555


การหกล้มในผู้สูงอายุ1
 
               การหกล้มเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บในผู้สูงอายุที่พบบ่อย และอาจเป็นการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิต ข้อมูลการเสียชีวิตด้วยการบาดเจ็บของผู้สูงอายุในประเทศไทยยังมีจำกัด จากการศึกษาในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา พบว่าการเสียชีวิตที่เกิดจากการบาดเจ็บในผู้สูงอายุตั้งแต่ 75 ปีขึ้นไปร้อยละ 70 มีสาเหตุจากการหกล้ม นอกจากนี้การหกล้มยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยภาวะแทรกซ้อน ร้อยละ 90 ของภาวะกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 70 ปี เป็นผลจากการหกล้ม ดังนั้นการหกล้มในผู้สูงอายุจึงเป็นปัญหาทางสุขภาพที่มีความสำคัญที่ต้องมีมาตรการป้องกันอย่างชัดเจน
 
               ข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยครั้งที่ 4 เมื่อปี 2552 โดยการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 9,210 คน เกี่ยวกับการหกล้มใน 6 เดือนที่ผ่านมา พบว่าร้อยละ 18.5 กล่าวว่าเคยหกล้ม โดยผู้สูงอายุหญิงมีความชุกการหกล้มสูงกว่าผู้ชาย คือร้อยละ 21.9 และ 14.4 ตามลำดับ เมื่อแบ่งผู้สูงอายุเป็น 3 กลุ่มอายุคือ 60-69 ปี, 70-79 ปี และ 80 ปี ทั้งสามกลุ่มอายุนี้มีความชุกของการหกล้มใกล้เคียงกัน เมื่อเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่อาศัยในเมืองและในชนบท พบว่ามีความชุกใกล้เคียงกัน และไม่มีความแตกต่างของความชุกระหว่างเศรษฐานะเช่นกัน กล่าวได้ว่าผู้สูงอายุไทยมีโอกาสในการหกล้มไม่แตกต่างกันตามเศรษฐานะและอายุ อย่างไรก็ตามพบว่าผู้สูงอายุชายไทยหกล้มนอกบ้านมากกว่าในบ้าน คือร้อยละ 60 และร้อยละ 40 ตามลำดับ ในขณะที่ผู้สูงอายุหญิงมักหกล้มภายในบริเวณบ้านมากกว่าคือ ร้อยละ 55 สถานที่หกล้มมีความแตกต่างระหว่างกลุ่มอายุและเพศในผู้สูงอายุชาย อายุ 60-69 ปี มีสัดส่วนของการหกล้มนอกบ้านมากกว่าภายในบริเวณบ้าน (ร้อยละ 69 และร้อยละ 31 ของการหกล้ม ตามลำดับ) แต่เมื่ออายุมากขึ้น สัดส่วนของการหกล้มนอกบริเวณบ้านลดลง (ร้อยละ 42) ในขณะที่สัดส่วนของการหกล้มนอกบริเวณบ้านและในบริเวณบ้านของผูสู้งอายุหญิงไม่มีความแตกต่างกันตามกลุ่มอายุ
 
ภาพแสดงสถานที่หกล้มของผู้สูงอายุไทย จำแนกตามเพศ และอายุ การสำรวจสุขภาพประชาชนไทย
โดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4
 

ปัจจัยเสี่ยงของการหกล้ม
               สาเหตุของการหกล้ม เกิดจากการเสียการทรงตัวของร่างกายอาจเกิดจากปัจจัยภายใน และหรือปัจจัยภายนอก สำหรับปัจจัยภายในการเสียการทรงตัวเป็นปัจจัยที่พบบ่อยที่สุดคือร้อยละ 37 ในเพศชาย และร้อยละ 32.1 ในเพศหญิง รองลงมาคือ การหน้ามืดวิงเวียน เป็นลม พบร้อยละ 16 ในชายและร้อยละ 15.5 ในหญิง สำหรับปัจจัยภายนอก ได้แก่ พื้นลื่น พบร้อยละ 42.8 ในเพศชายและร้อยละ 42.2 ในเพศหญิง รองลงมาคือการสะดุดสิ่งกีดขวางพบถึงร้อยละ 38.8 ในเพศหญิงและร้อยละ 32.1 ในเพศชาย ที่พบบ่อยอีกปัจจัยหนึ่งคือ พื้นต่างระดับ เป็นสาเหตุร้อยละ 26.3 ในเพศชายและร้อยละ 23.4 ในเพศหญิง สำหรับสาเหตุอื่นๆ ได้แก่ การถูกชนล้มพบประมาณร้อยละ 4 และการตกบันไดพบร้อยละ 3.5
 
               เมื่อพิจารณาตัวแปรต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการหกล้มร่วมกัน พบว่าปัจจัยเสี่ยงของการหกล้มในผู้สูงอายุไทยนั้น ผู้สูงอายุหญิงมีโอกาสเสี่ยงต่อการหกล้มสูงกว่าผู้สูงอายุชาย 1.5 เท่า ผู้ที่มีภาวะโรคเรื้อรัง เช่น ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดสมองมีโอกาสต่อการหกล้มเป็น 1.5 เท่า การใช้ยาคลายเครียดหรือยานอนหลับเป็นประจำมีโอกาสเสี่ยงต่อการหกล้มเป็น 1.3 เท่า ผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพาในชีวิตประจำวันมีโอกาสหกล้มเป็น 1.2 เท่า และที่สำคัญคือ การอยู่ในสถานที่ที่มีพื้นลื่นทำให้เสี่ยงต่อการหกล้มเป็น 1.7 เท่า
 
               ปัจจุบันปัจจัยสิ่งแวดล้อมภายนอกบ้านและภายในบ้านที่ผู้สูงอายุอยู่อาศัย ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรในการปรับให้ผู้สูงอายุสามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัย จากการสำรวจพบว่าร้อยละ 60 ของผู้สูงอายุไทยยังต้องขึ้นลงบันไดทุกวันและมีร้อยละ 18 ต้องเดินพื้นที่ลื่น เป็นต้น
 
               ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเนื่องจากมีประชากรสูงอายุกว่าร้อยละ 10 และจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากในอนาคตจนถึงร้อยละ 20 ของประชากรในอีก 15 ปีข้างหน้า ดังนั้นการเตรียมการด้านการปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมภายในบ้านและนอกบ้านเพื่อความปลอดภัยของประชากรผู้สูงอายุจึงเป็นประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
 
______________________________
1 วิชัย เอกพลากร, แผนงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย, สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย
 
เอกสารอ้างอิง
วิชัย เอกพลากร บรรณาธิการ รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 พศ. 2551-2 สำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข นนทบุรี 2553.


เข้าชม : 9687



<