[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _SCRIPT _VERSION

  

Deprecated: Function ereg_replace() is deprecated in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/includes/function.in.php on line 11

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/includes/function.in.php on line 12

Warning: Illegal string offset 'Pageview' in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/modules/knowledge/readknowledge.php on line 45
บทความ
การเข้าถึงและใช้บริการรักษาพยาบาลกลุ่มผู้สูงอายุปีงบประมาณ 2553

ศุกร์ ที่ 25 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2555


การเข้าถึงและใช้บริการรักษาพยาบาลกลุ่มผู้สูงอายุปีงบประมาณ 2553
 
               จากการวิเคราะห์ข้อมูลการให้บริการสุขภาพของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดบริการของกองทุนประกันสังคมกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพ (สวปก.) พบว่าในปีงบประมาณ 2553 ในแต่ละกองทุนจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุแตกต่างกัน และเมื่อเปรียบเทียบกับคนวัยอื่นๆ แล้วผู้สูงอายุจะมีอัตราการใช้บริการทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในสูงกว่าคนวัยอื่นประมาณสองเท่า โดยโรคที่ทำใหผู้สู้งอายุต้องนอนโรงพยาบาลมากที่สุดคือ โรคระบบไหลเวียนโลหิต โรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบทางเดินอาหาร รวมไปถึงโรคติดเชื้อ ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบค่ารักษาพยาบาลของผู้สูงอายุในแต่ละกองทุน จะเห็นชัดเจนว่าค่าใช้จ่ายเพื่อการรักษาในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการนั้นมีสัดส่วนสูงที่สุด โดยรายละเอียดข้อค้นพบที่น่าสนใจ มีดังนี้
 
ข้อมูลพื้นฐาน
1. สัดส่วนผู้สูงอายุแตกต่างกันรายกองทุน
               ประชากรภายใต้การดูแลของ 3 กองทุนในปีงบประมาณ 2553 เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปีร้อยละ 13 ของประชากรทั้งหมด โดยแต่ละกองทุนจะมีสัดส่วนประชากรสูงอายุต่างกัน (ตารางที่ 1) สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงสุดถึงร้อยละ 26 ของจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด ส่วนกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีผู้มีสิทธิเป็นผู้สูงอายุร้อยละ 12 ของจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด
 
ตารางที่ 1 สัดส่วนผู้สูงอายุภายใต้ระบบประกันสุขภาพ
 

2. อัตราการใช้บริการของผู้สูงอายุเปรียบเทียบกับคนในวัยอื่น
               ในปีงบประมาณ 2553 ผู้สูงอายุร้อยละ 25 ได้เข้าถึงบริการตรวจร่างกายประจำปีเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงและโรคเรื้อรังซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ส่วนประชากรวัยแรงงาน (15-59 ปี) ที่ใช้สิทธิในการตรวจร่างกายประจำปีมีเพียงร้อยละ 23 (รูปที่ 1) สำหรับโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่สามารถตรวจพบโดยการตรวจร่างกายประจำปีซึ่งสามารถรักษารวมทั้งป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ แต่จากการวิเคราะห์ผลสำรวจสุขภาพประชาชนครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551-2552 พบว่ามีผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานร้อยละ 29 และผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงถึงร้อยละ 59 ไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคเรื้อรังเหล่านี้
 
รูปที่ 1 การใช้บริการสุขภาพของผู้สูงอายุเทียบกับประชากรกลุ่มอื่น
 

                 แหล่งข้อมูล: ฐานข้อมูลผู้ป่วยนอกปีงบประมาณ 2553 ของสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
 
               ในปีงบประมาณ 2553 ผู้สูงอายุมีอัตราการใช้บริการทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในสูงกว่าคนวัยอื่นๆ (รูปที่ 1) และเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2552 (รูปที่ 2) โดยมีอัตราการใช้บริการผู้ป่วยนอก 6.2 ครั้งต่อคนต่อปีคิดเป็นประมาณสองเท่าของอัตราการใช้บริการเฉลี่ยทุกกลุ่มอายุ ส่วนอัตราการใช้บริการผู้ป่วยในของผู้สูงอายุอยู่ที่ 0.23 ครั้งต่อคนต่อปี สูงเป็นสองเท่าของอัตราการใช้บริการผู้ป่วยในเฉลี่ยทุกกลุ่มอายุ
 
รูปที่ 2 เปรียบเทียบการใช้บริการสุขภาพปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 และ 2553
 

                 แหล่งข้อมูล: ฐานข้อมูลผู้ป่วยนอกปีงบประมาณ 2553 ของสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
 
               เมื่อพิจารณาการนอนโรงพยาบาลที่น่าจะไม่ได้เป็นการรักษาโรคกรณีเฉียบพลัน โดยดูจากระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลนานเกิน 2 เดือน พบว่ามีผู้สูงอายุนอนโรงพยาบาลนานเกิน 2 เดือนประมาณร้อยละ 40 ของผู้ป่วยที่นอนนานเกิน 2 เดือนทั้งหมด โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากปีงบประมาณ 2552 และร้อยละ 70 ของการนอนโรงพยาบาลนานกว่า 2 เดือนของสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการเป็นผู้ป่วยสูงอายุ
 
3. ประเภทของการเจ็บป่วย
               จากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยในปี พ.ศ. 2553 (ตารางที่ 2) พบว่าสัดส่วนอัตราการใช้บริการในแต่ละกลุ่มโรคไม่แตกต่างจากสถิติในช่วง พ.ศ. 2549 - 2552 โดยโรคที่ทำให้ผู้สูงอายุต้องนอนโรงพยาบาลมากที่สุดคือโรคระบบไหลเวียนโลหิต โรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบทางเดินอาหารและโรคติดเชื้อ ตามลำดับ
 
ตารางที่ 2 ประเภทการเจ็บป่วยอันเป็นสาเหตุการนอนโรงพยาบาลของผู้สูงอายุ ปี 2552
 

               จำนวนผู้ป่วยในของกลุ่มโรคเรื้อรังที่สำคัญในกลุ่มผู้สูงอายุ คือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โรคดังกล่าวเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และโรคเส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบ นอกจากนั้นผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีโรคแทรกซ้อนอื่นอันเนื่องจากเบาหวานมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปีทั้งภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน คือ Coma และ ketoacidosis รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น ภาวะไตวาย และเส้นประสาทตาอักเสบ
 
รูปที่ 3 การเปลี่ยนแปลงจำนวนผู้ป่วยในโรคเรื้อรังที่สำคัญ
 

4. ค่าใช้จ่าย
               แม้ว่าจำนวนและสัดส่วนผู้สูงอายุยังเป็นส่วนน้อย แต่จากข้อมูลค่าใช้จ่ายปีงบประมาณ 2553 ของสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พบว่า กลุ่มผู้สูงอายุซึ่งเป็นสมาชิกเพียงร้อยละ 13 มีสัดส่วนค่ารักษาพยาบาลถึงร้อยละ 31 ของค่ารักษาทั้งหมด โดยสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายผู้สูงอายุร้อยละ 47 หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าร้อยละ 26 และประกันสังคมร้อยละ 4
 
5. ผลกระทบทางการคลังสำหรับบริการสุขภาพจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
               เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายคาดการณ์ระหว่างโครงสร้างประชากรคงเดิม (พ.ศ. 2553) และโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง (ผู้สูงอายุมากขึ้น)
 

               ทั้งนี้ การที่ประชาชนมีอายุยืนยาวขึ้น และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุซึ่งทำให้ประเทศไทยที่สัดส่วนผู้สูงอายุสูงขึ้นนั้นไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงมากนัก จากการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ประกันภัยโดยคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร และเศรษฐกิจมหภาค เพื่อคาดการณ์ค่าใช้จ่ายสุขภาพของสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พบว่า ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มจากร้อยละ 2.1 ของ GDP ในปี พ.ศ. 2553 เป็นร้อยละ 2.8 ของ GDP ในปี พ.ศ. 2565 ขณะที่ค่าใช้จ่ายสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในปีพ.ศ. 2553 เพิ่มจากร้อยละ 0.6 ของ GDP ในปี พ.ศ. 2535 เป็นร้อยละ 1.1ของ GDP ในปี พ.ศ. 2565 โดยปัจจัยผลักดันต้นทุนที่สำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงปริมาณการใช้บริการ และการเปลี่ยนแปลงของรายได้ที่ทำให้ราคาในการจัดบริการแพงขึ้น การมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงขึ้นจึงส่งผลให้ค่าใช้จ่ายคาดการณ์เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.9 ต่อปี
 



เข้าชม : 10384



<