[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _SCRIPT _VERSION

  

Deprecated: Function ereg_replace() is deprecated in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/includes/function.in.php on line 11

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/includes/function.in.php on line 12

Warning: Illegal string offset 'Pageview' in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/modules/knowledge/readknowledge.php on line 45
บทความ
เขตสุขภาพ: จุดเริ่มกับการพัฒนาในไทย

ศุกร์ ที่ 25 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2555


เขตสุขภาพ: จุดเริ่มกับการพัฒนาในไทย
 
               แนวคิด “การบริหารรัฐแนวใหม่ (New Public Management)” ถูกนำมาใช้ในการปฏิรูประบบสาธารณสุขในประเทศต่างๆ โดยเน้นให้เกิดความชัดเจนในสามประเด็นหลัก1 คือ (1) ความชัดเจนของบทบาทหน้าที่ (Responsibility) ที่แต่ละองค์กรต้องจัดบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน ไม่ทับซ้อนกัน ขณะเดียวกันให้หน่วยบริการมีอิสระในการบริหารจัดการ (2) ให้ระบบสาธารณสุขมีความรับผิดรับชอบที่ชัดเจนต่อประชาชน (Accountability) และ (3) การเน้นผลงาน-ผลลัพธ์และการแข่งขันระหว่างหน่วยบริการ (Performance)
 
               ประเทศไทยได้ผนวกแนวคิดดังกล่าวไว้ในการปฏิรูประบบสาธารณสุขภายใต้ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยช่วงก่อนนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กระทรวงสาธารณสุขทำทั้งบทบาทกำหนดนโยบาย บริหารงบประมาณ และการจัดบริการ แต่เมื่อเกิดระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจึงมีการจัดตั้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ซื้อบริการแทนประชาชน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขในฐานะเจ้าของสถานพยาบาลรัฐส่วนใหญ่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการรายใหญ่แทน
 
ทิศทางการพัฒนา
               ระบบสาธารณสุขไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปไปอีกขั้นหนึ่ง เพื่อลดทอนความขัดแย้งและปัญหาต่างๆ ที่ดำรงอยู่ซึ่งสั่นคลอนความยั่งยืนของระบบ และเพื่อรองรับกับสภาพการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตรวมทั้งรองรับบริบทของการกระจายอำนาจให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการนี้ การจัดการระบบสาธารณสุขในพื้นที่หรือเขตสุขภาพ” จึงน่าจะเป็นทางออกสำหรับการปฏิรูประบบสาธารณสุขในระยะถัดไป เพื่อสร้างสมดุลย์เชิงอำนาจระหว่างผู้ซื้อ - ผู้ให้บริการ และเพื่อให้กลไกตลาดสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ รวมไปถึงต้องมีการเชื่อมประสานในเรื่องคนและการลงทุนเพื่อให้กลไกด้านการเงินขับเคลื่อนไปได้ดีขึ้น สอดคล้องกับบริบทของการกระจายอำนาจ
 

การพัฒนา : จุดเริ่มต้นของไทย
 

               แม้ว่าประเทศไทยจะมีประสบการณ์ซื้อบริการและจัดการระบบสาธารณสุขในพื้นที่น้อยมาก แต่ก็ถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขไทย ได้มีการติดตามประเมินความก้าวหน้าและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานแบบเขตสุขภาพของ สปสช. โดยศึกษาร่วมกับสองพื้นที่นำร่องในปี 2554 คือ สปสช.เขตพื้นที่ 9 (นครราชสีมา) และ สปสช.เขตพื้นที่ 13 (กทม.) พบว่าการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยช่วงที่ผ่านมามีการนำเรื่องเขตสุขภาพมาใช้เป็นกลวิธีในการพัฒนาระบบมากขึ้น โดยมีลักษณะของการดำเนินการอยู่ใน 5 รูปแบบคือ (1) รูปแบบของเครือข่ายบริการในเขตพื้นที่ (2) รูปแบบของการซื้อบริการเชิงกลยุทธ์ของ สปสช.เขตพื้นที่ (3) รูปแบบของการจัดระบบสุขภาพระดับจังหวัดที่สอดคล้องกับการปกครอง (5) รูปแบบของการกระจายทรัพยากรเพื่อสร้างความเป็นธรรม และแม้ว่าการดำเนินการเชิงรูปธรรมยังไม่ชัดเจนในบริบทประเทศไทยมากนัก แต่พัฒนาการของแต่ละรูปแบบจะมุ่งเน้น การตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ มีการบูรณาการบริการทางสุขภาพและสังคมเข้าด้วยกัน มีการจัดการและอภิบาลระบบด้วยคณะกรรมการที่มาจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มีการปรับเปลี่ยนจากระบบบังคับบัญชาแบบราชการ มาสู่การสร้างเครือข่ายพันธมิตรด้านสุขภาพในรูปแบบคณะกรรมการเขตสุขภาพ เช่น คณะกรรมการบริหารหลักประกันสุขภาพ กทม. คณะกรรมการบริหารหลักประกันสุขภาพเขตนครชัยบุรินทร์ คณะกรรมการบริหารกองทุนผู้พิการระดับจังหวัดหนองบัวลำภู คณะกรรมการกองทุนตำบลสุขภาวะ ฯลฯ ซึ่งการปรับเปลี่ยนดังกล่าวมิได้มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้จัดบริการที่มีอยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตลอดจนมิได้กระทบความสัมพันธ์เชิงอำนาจในองค์กรเดิมทั้งของ สปสช. กระทรวงสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่อย่างใด
 
               อย่างไรก็ดีปัจจัยภายนอกภายในที่ยังมีข้อจำกัดซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาเขตสุขภาพที่พบในระยะแรก ได้แก่ (1) โครงสร้างการแบ่งงานของ สปสช.เขตพื้นที่ซึ่งมีการจัดแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มงาน ยังไม่สามารถตอบสนองการเป็นเขตสุขภาพได้เต็มที่เพราะไม่มีการบูรณาการและขาดผู้รับผิดชอบในการบริหารสัญญา รวมทั้งการมอบอำนาจการตัดสินใจและกำหนดนโยบายให้แก่ สปสช.เขต ยังมีจำกัด (2) ภาระงานของ สปสช.เขตพื้นที่มีมาก ขณะที่อัตรากำลังไม่เพียงพอ (3) ในเขตพื้นที่ กทม.แม้ว่าโครงสร้างคณะกรรมการ สปสช. เขต กทม.ค่อนข้างเข้มแข็ง แต่ อปท.ยังแสดงบทบาทและมีส่วนร่วมด้านสุขภาพน้อยเกินกว่าที่คาดหวัง (4) ปัญหาของระบบบริการที่มาจากความไม่เชื่อมโยงของระบบบริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ ตลอดจนการขาดแคลนบุคลากรทั้งจำนวนและศักยภาพ และ (5) ปัญหาการมีส่วนร่วมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมาจากความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน การมีพันธกิจองค์กรที่แตกต่างกัน ตลอดจนความไม่สอดคล้องระหว่างเขตพื้นที่ของ สปสช. และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีผลต่อการประสานความร่วมมือ ฯลฯ2
 
การพัฒนา : ในระยะต่อไป
               ในเชิงบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ การกระจายอำนาจเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะนำไปสู่การจัดการเขตสุขภาพของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จำต้องมีการพัฒนากลไกต่างๆ เพื่อรองรับ เช่น การอภิบาลเขตสุขภาพ การออกแบบกลไกการเงินการคลัง การออกแบบระบบบริการที่สอดคล้องกับปัญหาพื้นที่อย่างมีบูรณาการ การกำกับติดตาม ฯลฯ นอกจากนี้การมีเวทีสำหรับการหารือร่วมซึ่งเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจที่ สปสช. หรือกระทรวงสาธารณสุขมอบให้แก่หน่วยงานในระดับพื้นที่ก็เป็นสิ่งสำคัญ รวมไปถึงการประสานความร่วมมือระหว่าง สปสช. และกระทรวงสาธารณสุขเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการกำกับ ดูแล และการปฏิบัติ
 

               จะเห็นได้ว่าในการปฏิรูปดังกล่าวจำเป็นต้องมีการเตรียมการในหลายๆ ด้านโดยต้องเป็นการหารือและดำเนินการร่วมกันระหว่าง สปสช.และกระทรวงสาธารณสุข ในระยะแรกควรดำเนินการในลักษณะนำร่องเชิงวิจัยและพัฒนากลไกต่างๆ ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทประเทศไทย โดยมีผลลัพธ์ที่ประชาชนจับต้องได้ มีกรอบระยะเวลาเพื่อบรรลุความก้าวหน้าในแต่ละเรื่องที่สำคัญๆ ชัดเจนโดยลำดับ
 
______________________________
1 SHAW, R. P. 1999. New Trends in Public Sector Management in Health: Applications in Developed and Developing Countries. Health Sector Reform and Sustainable Financing. Washington D.C
 
วินัย ลีสมิทธิ์ และคณะ. การวิจัยและพัฒนาการบริหารจัดการระบบสาธารณสุขในระดับพื้นที่ ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า. สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย; 2554


เข้าชม : 6614



<