[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _SCRIPT _VERSION

  

Deprecated: Function ereg_replace() is deprecated in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/includes/function.in.php on line 11

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/includes/function.in.php on line 12

Warning: Illegal string offset 'Pageview' in /home/data/hosting/hisro.hsri.or.th/public_html/main/modules/knowledge/readknowledge.php on line 45
บทความ
หน่วยงานองค์การของรัฐ หน่วยราชการส่วนท้องถิ่นกับสวัสดิการรักษาพยาบาล

พฤหัสบดี ที่ 31 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2555


หน่วยงานองค์การของรัฐ หน่วยราชการส่วนท้องถิ่นกับสวัสดิการรักษาพยาบาล
 
               โดยปกติแล้ว สวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการส่วนท้องถิ่นยกเว้นลูกจ้างชั่วคราว รวมไปถึงองค์การมหาชน และหน่วยงานอิสระต่างๆ ในกำกับของรัฐ เช่น สำนักราชเลขาธิการ ธนาคารแห่งประเทศไทยศาลาว่าการกรุงเทพฯ ศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ จะไม่ได้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการคุม้ ครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนและกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม แต่สวัสดิการรักษาพยาบาลของคนกลุ่มนี้จะมีกฎระเบียบรองรับเป็นของตนเอง โดยในหน่วยราชการส่วนท้องถิ่น จะมีระเบียบของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลของพนักงานส่วนท้องถิ่นรองรับอยู่  ซึ่งรูปแบบสวัสดิการจะเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือน1 ส่วนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ การดูแลเรื่องสวัสดิการรักษาพยาบาลจะอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กรมบัญชีกลาง โดยระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของรัฐวิสาหกิจจะมีโครงสร้างระเบียบการดำเนินการเบิกจ่ายค่ารักษาฯ คล้ายคลึงกับสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ แต่มักมีขอบข่ายที่กว้างกว่าราชการ2
 
               จากการสำรวจข้อมูลของสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย ในปี 2554 พบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องคก์ ารมหาชน และองค์กรอิสระในกำกับของรัฐ จะมีการจัดสวัสดิการรักษาพยาบาลให้แก่พนักงานประจำอยู่ 3 รูปแบบ คือ (1) มีการตั้งงบประมาณไว้ที่หนว่ ยงานเพื่อบริหารจัดการเอง และหรือทำประกันเอกชนเสริมใหกั้บพนักงาน (2) ให้พนักงานใช้สิทธิประกันสังคม (3) เบิกจ่ายจากกรมบัญชีกลางโดยพนักงานประจำในที่นี้จะหมายถึง พนักงาน/ลูกจ้างที่มีสัญญาจ้างเพื่อปฏิบัติงานเป็นประจำ หรือมีการจ้างเป็นรายปี โดยรวมทั้งกรณีที่มากกว่าหรือเท่ากับ 1 ปีขึ้นไป ส่วนพนักงานจ้างชั่วคราวรายปี และรายเดือนส่วนใหญ่ใช้สิทธิประกันสังคม ส่วนพนักงานจ้างชั่วคราวรายวันมักไม่มีการจัดสวัสดิการให้
 
               สวัสดิการรักษาพยาบาลของกลุ่มคนในองค์กรเหล่านี้ จะครอบคลุมทั้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยกรณีผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน กรณีทันตกรรมและกรณีตรวจสุขภาพประจำปีทุกกรณี รวมไปถึงการให้สิทธิเบิกค่าพาหนะ/ย้ายสถานพยาบาล และห้องพิเศษ ตลอดจนให้สิทธิครอบคลุมไปถึงบุคคลในครอบครัวของพนักงาน ซึ่งแต่ละแห่งจะมีความแตกต่างกัน โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสวัสดิการด้านรักษาพยาบาลให้พนักงานโดยครอบคลุมบุคคลในครอบครัวทั้งหมด ส่วนของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และหน่วยงานอิสระภายใต้กำกับของรัฐนั้นจะมีความคลอบคลุมที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการและงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน
 
               ในด้านการไปใช้บริการรักษาพยาบาลของพนักงานของแต่ละองค์กรนั้นไม่แตกต่างกัน เกือบทุกองค์กรจะให้พนักงานไปใช้บริการไม่ว่าจะเป็นกรณีผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน ในโรงพยาบาลที่องค์กรนั้นๆ ทำสัญญาไว้ ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และคลินิก ส่วนการจ่ายค่ารักษาพยาบาลจะแยกเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่ 1 พนักงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยหน่วยงานจะทำหนังสือส่งตัวพนักงานไปรับการรักษาพยาบาล ในสถานพยาบาลที่เป็นคู่สัญญา และทางสถานพยาบาลคู่สัญญานั้นจะเรียกเก็บค่าบริการจากหน่วยงานต้นสังกัดของพนักงานเอง หรือเรียกเก็บจากประกันเอกชนที่หน่วยงานนั้นซื้อเสริมให้กับพนักงาน ซึ่งส่วนใหญ่มักพบในกรณีผู้ป่วยใน ส่วนกรณีที่ 2 พนักงานสำรองจ่ายไปก่อนในกรณีที่ไปรับบริการในสถานพยาบาลที่ไม่ได้เป็นคู่สัญญา แล้วนำใบเสร็จมาเบิกจากต้นสังกัด ส่วนใหญ่จะพบในกรณีผู้ป่วยนอก
 
               เพื่อให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ องค์กรหลายๆ แห่งจึงได้กำหนดให้มีเพดานค่าใช้จ่ายสำหรับสวัสดิการดังกล่าว ยกเว้นหน่วยงานประเภทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยองค์กรมหาชนและหน่วยงานอิสระ จะมีการกำหนดเพดานค่ารักษาพยาบาลของพนักงานและบุคคลในครอบครัวมากสุดถึงร้อยละ 66.67 และ 77.78 และเมื่อพิจารณาจากการประมาณการใช้จ่ายของพนักงานประจำหนึ่งคนต่อค่าใช้จ่ายสุขภาพในครัวเรือนใน 1 ปี3 พบว่าหน่วยงานอิสระมีค่าใช้จ่ายสุขภาพต่อครัวเรือนของผู้มีสิทธิสูงสุดคือ 10,979.05 บาท นอกจากนี้ จากการสำรวจยังพบว่าหน่วยงานของเทศบาลนคร จะเป็นองค์กรที่มีปัญหาในเรื่องการตั้งงบประมาณไม่เพียงพอมากที่สุด (ร้อยละ 76.92) ส่วนองค์กรมหาชน จะเป็นองค์กรที่พนักงานต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อการรักษาพยาบาลเพิ่มมากที่สุด (ร้อยละ 77.78)
 
              แม้ว่า พนักงานประจำของทุกหน่วยงานจะได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาลทุกคนแต่ความครอบคลุมของสวัสดิการฯ เพดานค่ารักษาฯ และจำนวนครั้งการรักษานั้นขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ และระเบียบกฏเกณฑ์ของหน่วยงานนั้นๆ และการที่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชนและหน่วยงานอิสระบางแห่งสามารถจัดสวัสดิการที่ครอบคลุมไปถึงพนักงานจ้างชั่วคราวรายวันได้นั้น ควรมีการศึกษาเฉพาะลงไปในแต่ละหน่วยงาน เพื่อหารูปแบบ วิธีการหรือประเด็นเฉพาะในการบริหารจัดการของหน่วยงานนั้นๆ และนำมาใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพและสวัสดิการรักษาพยาบาลสำหรับกลุ่มนี้ต่อไปในอนาคตมากยิ่งขึ้น
 
______________________________
1 ประมูล เบญจพันธ์, สวัสดิการพนักงานส่วนท้องถิ่น, สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น
 
นิภา ศรีอนุนต์, สวัสดิการบริการพยาบาลของข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ, 2545
 
คำนวณจากค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพรวมทั้งหมดต่อปี กับจำนวนประมาณการณ์ผู้ใช้สิทธิ์เท่ากับ 3.3 คน/ผู้มีสิทธิ์ 1 คน/ปี (อ้างอิงจากจำนวนการรับบริการของผู้มีสิทธิ์และบุคคลในครอบครัว ปี 2553 ของกรมบัญชีกลาง)


เข้าชม : 12745



<