[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _SCRIPT _VERSION
ข่าวประชาสัมพันธ์
ขายประกันสุขภาพต่างด้าว\"รพ.ชลบุรี-ระยอง-สมุทรสาคร\"แบกค่ารักษาต่างด้าวนอกระบบพุ่ง

อังคาร ที่ 22 เดือน มกราคม พ.ศ.2556




 สธ.หวังลดภาระรักษาแรงงานนอกระบบลูกจ้างต่างด้าว
          เตรียม เสนอ ครม. อนุมัติ สธ.ขาย "บัตรประกันสุขภาพกลุ่มแรงงานนอกระบบ"   รุกแก้ปัญหาสุขภาพลดภาระ รพ.แบกรับค่ารักษา ด้าน "ผอ.สำนักงานนโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ" ชี้ค่าแรง 300 บาท ส่งผลแรงงานต่างด้าวผิด ก.ม.ทะลักแน่ เพราะนายจ้างต้องการแรงงานราคาถูก
          การแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐต้องแบกภาระค่ารักษาพยาบาลนั้น นพ.ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ก่อนอื่นต้องมองอย่างเข้าใจก่อน ซึ่งแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ไม่ใช่กลุ่มที่เข้ามาสร้างปัญหาให้กับประเทศไทย แต่เป็นกลุ่มที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการที่เราก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เด็กแรกคลอดลดลง ส่งผลให้จำนวนแรงงานในประเทศไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานจำพวกไร้ฝีมือ งานสกปรก และงานที่เสี่ยงอันตราย  แรงงานต่างด้าวเหล่านี้จึงเข้ามาช่วยทดแทนส่วนที่ ขาด ทั้งส่วนใหญ่เป็นการนำเข้ามาตามความต้องการของผู้ประกอบการ ไม่ได้เข้ามาเองอย่างที่เข้าใจ เพราะเมื่อดูอายุภาพรวมของกลุ่มแรงงานต่างด้าวพบว่า ส่วนใหญ่จะอยู่ที่อายุ 21- 26 ปี
          ชี้มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเยอะ
          นพ.ชาญ วิทย์ กล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ผ่านมามีความพยายามทำเพื่อให้แรงงาน ต่างด้าวเข้าสู่ระบบอย่างถูกกฎหมาย โดยให้มีการจัดทำใบ ทร. 38/1 พร้อมบังคับตรวจสุขภาพก่อน และเปิดให้ซื้อประกันสุขภาพแบบสมัครใจ 1,300 บาท ซึ่งต่อมาปรับเปลี่ยน มีการลงนามเซ็นสัญญาระหว่างประเทศเพื่อทำวีซ่าให้กับแรงงานที่เข้ามาทำงานใน ไทย โดยแรงงานเหล่านี้จะเข้าสู่ระบบรักษาพยาบาลในระบบประกันสังคมเมื่อเข้าสู่ การทำงานในสถานประกอบการ แต่หากเป็นแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในภาคการเกษตร ทำงานตามบ้าน และงานก่อสร้างจะไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคมนี้        อย่างไรก็ตามสิ่ง ที่เป็นห่วงขณะนี้คือ หากดูตัวเลขกรมการจัดหางานปี 2555 มีแรงงานต่างด้าวลงทะเบียนเกือบ 2 ล้านคน แต่ปีนี้มีแรงงานต่างด้าวที่มาขึ้นทะเบียนเพียงแค่ 1 ล้านคน เป็นไปได้ว่าแรงงานต่างด้าวที่หายไปไม่มาต่อทะเบียน ไม่กลับบ้านก็ต้องหลบลงใต้ดิน ซึ่งหากเป็นกรณีหลังจะส่งผลกระทบต่อนายจ้างก็น่าที่จะมีการออกมาสะท้อนปัญหา ขาดแคลนแรงงาน แต่หากไม่นั่นหมายความว่าแรงงานเหล่านั้นยังคงหลบอยู่ในประเทศไทย  ปัญหาที่ ต้องระวังคือผลกระทบต่อสุขภาพ เพราะจากการตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว ปี 2547พบว่า ร้อยละ 1.25 มีปัญหาสุขภาพ โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 60-70 เป็นวัณโรค ที่เหลือเป็นโรคซิฟิลิส โรคเท้าช้าง และอื่นๆ และหากพบก็จะให้การรักษาโดยเร็ว
          เสนอต่างด้าวทุกกลุ่มซื้อประกันสุขภาพ
          นพ.ชาญวิทย์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อขยายให้กระทรวงสาธารณสุขสามารถ เข้าไปจัดการและดูแลสุขภาพแรงงานต่างด้าวที่อยู่นอกระบบ ทั้งการจัดทำระบบหลักประกันสุขภาพสำหรับแรงงานต่างด้าวที่ไม่มาขึ้นทะเบียน เปิดให้สามารถซื้อประกันสุขภาพได้ การจัดระบบบริการสุขภาพที่ให้โรงพยาบาลเข้าไปดูแล และการจัดทำระบบการมีส่วนร่วมการส่งเสริมและป้องกันโรคในชุมชนแรงงาน ต่างด้าว
          ด้วยดึงแรงงานต่างด้าวเหล่านี้เข้าร่วมเป็นพนักงาน สาธารณสุขแรงงานต่างด้าว ทำหน้าที่เหมือนกับอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) โดยแผนยุทธศาสตร์นี้เตรียมที่จะนำเสนอขออนุมัติจาก ครม. คาดว่าในสัปดาห์หน้านี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแก้ไขปัญหาสุขภาพแรงงานต่างด้าวกลุ่มนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่อโรคที่อาจแพร่ถึงคนไทย
          "เรา จะให้ อสม.แรงงานต่างด้าวทำหน้าที่ หากพบว่าแรงงานต่างด้าวคนใดที่ยังไม่มีระบบประกันสุขภาพ ก็ให้ชักชวนซื้อบัตรประกันสุขภาพที่กระทรวงจัดทำขึ้น เงิน 1,300 บาท ถือว่าไม่มาก สามารถจ่ายได้เมื่อเปรียบเทียบกับค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเป็น 300 บาท ทั้งยังเป็นการช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลของแรงงานต่างด้าว"ต่างด้าวกว่า ครึ่งไม่มีบัตรสุขภาพ
          นพ.ภูษิต ประคองสาย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) กล่าวว่า ขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยประมาณ 4-5 ล้านคน แต่ในจำนวนนี้มีเพียงแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่มีการขึ้นทะเบียนทำงานอย่าง ถูกกฎหมาย ได้รับการตรวจร่างกายและเข้าสู่ระบบประกันสังคม ถูกหักเงินค่าเบี้ยประกันสังคมในทุกเดือน ซึ่งจะมีสิทธิในการเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลกรณีที่เกิดภาวะการเจ็บ ป่วยขึ้น
          "ยอมรับว่าปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานอย่าง ผิดกฎหมายยังเป็นปัญหาใหญ่ในบ้านเรา ส่วนหนึ่งเป็นการติดตามแรงงานถูกกฎหมายเข้ามา โดยคนแรงงานต่างด้าวกลุ่มนี้มักถูกว่าจ้างด้วยค่าแรงที่ต่ำ ซ้ำไม่มีประกันสุขภาพ" นอกจากปัญหาการรักษาพยาบาลแล้ว แรงงานต่างด้าวกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับการดูแลสุขภาพที่ดีหรือแม้แต่อนามัยแม่ และเด็ก โดยพบว่าหญิงตั้งครรภ์กลุ่มนี้จะขาดการดูแลครรภ์ที่ดี รวมถึงเด็กที่คลอดมาที่มักไม่ได้รับวัคซีน จึงควรมีหลักประกันสุขภาพที่ดูแลคนเหล่านี้
          "โรงงานขนาดใหญ่ ที่มีคนงานกว่า 2,000 คน พบว่า จากการตรวจสอบพบว่า ในจำนวนนี้มีเพียงครึ่งหนึ่งที่ขึ้นทะเบียนแรงงานอย่างถูกกฎหมายและมีระบบ สุขภาพรองรับ แต่อีกครึ่งหนึ่งเป็นแรงงานที่อยู่นอกระบบ ใน กทม.เอง ซึ่งเป็นพื้นที่มีแรงงานต่างด้าวทำงานมากที่สุด กระจายทำงานตามบ้าน ร้านอาหาร และปั๊มน้ำมัน คาดว่ามีประมาณกว่า 500,000 คน เชื่อว่าแรงงานต่างด้าวเหล่านี้น่าจะเป็นกลุ่มที่อยู่นอกระบบ" รพ.แบกรับค่ารักษาพยาบาล
          นพ.ภูษิต กล่าวว่า จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข มีโรงพยาบาลหลายแห่งในสังกัดที่ต้องแบกรับภาระรักษาพยาบาลแรงงานต่างด้าวนอก ระบบเหล่านี้ โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมและเมืองท่องเที่ยว อย่างที่ จ.สมุทรสาคร ต้องแบกรับค่ารักษาถึงปีละ 30 ล้านบาท
          ขณะที่โรง พยาบาลชลบุรีก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ส่วนโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตพบว่าอาคารพักหลังคลอด ซึ่งมีเตียงพักฟื้น 30-40 เตียง พบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่มาคลอดเป็นแรงงานพม่าทั้งหมด ทั้งยังมีการว่าจ้างล่ามพม่า 1 คนเพื่อแปลภาษาสื่อสารกับผู้ป่วยโดยเฉพาะ" ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กล่าว เชื่อ300บาททำให้ต่างด้าวเพิ่ม
          นพ.ภูษิต กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลเดินหน้านโยบายค่าแรง 300 บาท เชื่อว่าจะมีแรงงานต่างด้าวนอกระบบ ที่เข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากนายจ้างส่วนหนึ่งยังต้องการแรงงานราคาถูก และไม่ต้องการจ่ายค่าแรง 300 บาทตามนโยบายรัฐบาล อีกทั้งแรงงานกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะไม่กล้าไปไหน เพราะกลัวถูกจับ ทำให้สามารถทำงานให้กับนายจ้างอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
          รพ.ชลบุรีแบกต้นทุนรักษาต่างด้าว
          อย่าง ไรก็ตามจากการสอบถามข้อมูลปัญหาภาระค่ารักษาพยาบาลแรงงานต่างด้าวนอกระบบยัง โรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมและประมง  พบว่าโรงพยาบาลส่วนใหญ่ ขณะนี้ ต่างประสบปัญหาภาระค่ารักษาพยาบาลแรงงานนอกระบบที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ข้อมูลโรงพยาบาลชลบุรีระบุว่า ในปี 2554 ค่าใช้จ่ายในการรักษาแรงงานต่างด้าวนอกระบบอยู่ที่ 7 ล้านบาท
          และ ในปี 2555 ขยับขึ้นไปถึง 17 ล้านบาท เช่นเดียวกับที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ที่มีภาระค่ารักษาอยู่ที่ 30 ล้านบาทต่อปี ขณะที่โรงพยาบาลระยองที่มีภาระค่ารักษาในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน รวมถึงจังหวัดอื่นๆ โดยแรงงานต่างด้าวนอกระบบที่เข้ารักษาพยาบาลมีทั้งจากประเทศกัมพูชา พม่า และลาว เข้ารักษา
          พบแรงงานเถื่อนเข้ารักษามากกว่า
          ทั้ง นี้จากการสอบถามผู้บริหารโรงพยาบาลส่วนใหญ่ยอมรับว่า ในจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารักษาในโรงพยาบาล พบว่าสัดส่วนของแรงงานต่างด้าวนอกระบบมีมากกว่าแรงงานต่างด้าวในระบบ ขณะที่การขึ้นทะเบียนของแรงงานต่างด้าวมีแนวโน้มลดลงทุกปี ซึ่งในส่วนของจังหวัดระยองก่อนหน้านี้มีแรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนถึง 50,000 คนต่อปี แต่ขณะนี้เหลือเพียง 15,000 คนเท่านั้น ส่วนที่เหลือเชื่อว่ายังคงหลบซ่อนและทำงานอยู่ในพื้นที่
          สำหรับ ปัญหางบประมาณในการดูแลผู้ป่วยแรงงานต่างด้าวนอกระบบเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นการบริหารจัดการของโรงพยาบาลเอง โดยเป็นการเจียดเงินมาจากงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวในระบบหลักประกันสุขภาพแห่ง ชาติ ระบบประกันสังคม และจากระบบสวัสดิการข้าราชการ รวมไปถึงจากเงินบำรุงโรงพยาบาล.


เข้าชม : 2467


ข่าวประชาสัมพันธ์ 5 อันดับล่าสุด

      ประกาศรับสมัครงาน ศูนย์พัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย (ศมสท.) 18 / ธ.ค. / 2556
      ไทย-กัมพูชาจับมือร่วมดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินตามแนวชายแดน 24 / ก.ค. / 2556
      สปสช.เคาะจัดสรรงบกองทุนปี\'57 เน้นความจำเป็นด้านสุขภาพปชช. 17 / ก.ค. / 2556
      สธ.แจงยอดป่วยไข้เลือดออกพุ่งสูง จัดแนวทางการดูแล3ส่วนทุกโรงพยาบาล 16 / ก.ค. / 2556
      กรมควบคุมโรคเผยกลุ่มเสี่ยงไข้เลือดออกพบมากช่วงอายุ15-24ปีหากป่วยรีบพบแพทย์ 15 / ก.ค. / 2556

<