[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _SCRIPT _VERSION
ข่าวหลักประกันสุขภาพ
คอลัมน์ หุ้นส่วนประเทศไทย: สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบ สปส.

พฤหัสบดี ที่ 24 เดือน มกราคม พ.ศ.2556




...วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ผู้อำนวยการด้านหลักประกันทางสังคมสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยwww.facebook.com/ssowatch.thailand
          thailand@posttoday.com
          ใน ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มักจะได้ยินเสียงบ่นเรื่องเว็บไซต์ของประกันสังคมล่มฐานข้อมูลใช้งานไม่ได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นปัญหาต่อการบริหารจัดการระบบประกันสังคมและกระทบต่อผู้ ประกันตน
          ปัญหาที่ผู้ประกันตนสัมผัสได้ในระยะสั้นนี้เป็นแค่ "ของโชว์หน้าร้าน" เท่านั้น ข้างในร้านมีปัญหากองให้ดูอีกมากมาย
          ปัญหา ที่กองอยู่ในร้านส่วนหนึ่งและส่วนใหญ่มาจาก "คณะกรรมการประกันสังคม"ปัญหานั้นจะเกิดจากเหตุใดก็แล้วแต่ แต่น่าจะมีปัญหาแน่ เพราะขนาดอดีตเลขาฯ ประกันสังคมท่านหนึ่ง ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่า "เวลายกมือไหว้บางคนยังต้องเก็บนิ้วไว้หนึ่งนิ้วเลย"
          ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม ได้กำหนดให้คณะกรรมการประกันสังคมมาจากภาครัฐ นายจ้างและลูกจ้าง ฝ่ายละ 5 ท่าน และรัฐมนตรีสามารถตั้งที่ปรึกษาได้อีก 5 ท่าน
          ถ้าคำนวณสัดส่วนกรรมการฝ่ายลูกจ้างต่อจำนวนผู้ประกันตน พบว่ากรรมการฝ่ายลูกจ้าง1 คน เป็นตัวแทนของผู้ประกันตน 2 ล้านคนสัดส่วนความรับผิดชอบต่อหัวของกรรมการฝ่ายลูกจ้างนั้นมากเกินกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยซ้ำ
          คณะกรรมการที่มาจากภาครัฐมีปลัดกระทรวงแรงงาน เลขาฯ สำนักงานประกันสังคม และผู้แทนจากกระทรวงการคลังกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงบประมาณตามมารยาทของข้าราชการไทยมักเป็นว่าผู้แทนนอกกระทรวงแรงงาน มักไม่อยากก้าวก่ายหรือขัดแข้งขัดขาการทำงานของสำนักงานประกันสังคมซึ่งอยู่ ภายใต้กระทรวงแรงงานการที่ผู้ประกันตนหวังพึ่งผู้แทนนอกกระทรวงว่าจะมีการ ถ่วงดุลระหว่างกระทรวงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกันตนก็เป็นไปได้น้อย มาก
          ส่วนการคัดเลือกกรรมการฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ก็มีจุดอ่อนหลายประการ
          ประการ แรก กฎหมายมิได้กำหนดคุณสมบัติของกรรมการที่เป็นผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งต่างจาก พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ที่จะกำหนดให้ผู้ทรงคุณวุฒิมาจากการคัดเลือกของประธานและกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐอื่นไล่ออกปลดออก ให้ออก หรือเลิกจ้างเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่าทุจริตต่อหน้าที่ และต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือกรรมการหรือที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง
          ประการ ที่สอง กฎหมายให้อำนาจรัฐมนตรีในการคัดเลือกผู้แทนทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและโปร่งใสทำให้ที่ผ่านมาผู้แทนฝ่ายลูกจ้างและ นายจ้างจำนวนหนึ่ง ขาดความรู้ความสามารถที่จะมาทำหน้าที่กรรมการได้ตามที่กฎหมายกำหนด
          ประการ ที่สาม ผู้แทนฝ่ายลูกจ้างยังเป็นคนเดิมๆ ผู้แทนบางท่านได้เป็นกรรมการถึง 3 วาระติดต่อกัน ซึ่งผิดต่อมาตรา 10 ของพ.ร.บ.ประกันสังคม ที่ระบุว่ากรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจะได้รับการแต่งตั้งอีกเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้ นอกจากนี้คณะกรรมการบางชุดก็เกินเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ 2 ปี ผู้แทนบางท่านยังเป็นผู้ลงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฯลฯ
          ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยวิเคราะห์ว่าสาเหตุที่ผู้แทนเหล่านี้สามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างยาวนาน นั้น เป็นเพราะว่าผู้แทนเหล่านี้สามารถยึดกุมการนำในสภาองค์การลูกจ้าง"ขนาดใหญ่" ได้อย่างเหนียวแน่น ในขณะที่สำนักงานประกันสังคมยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติที่เชื่อมโยงกับพ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ ที่นับว่าสภาองค์การลูกจ้างเท่านั้นที่เป็นตัวแทนผู้ใช้แรงงานที่ "ชอบธรรม" ในระดับชาติของขบวนการแรงงานทั้งประเทศ เมื่อสปส.ยึดติดว่าผู้นำจากสภาองค์การฯ เท่านั้นที่เป็นตัวแทนแท้จริงของแรงงานไทย ทำให้ สปส.มีตัวบุคคลที่จะได้รับการพิจารณาคัดเลือกเข้าเป็นกรรมการไตรภาคีน้อยมาก
          ด้วย ทางเลือกที่จำกัดเช่นนี้เอง ที่อาจทำให้ตัวแทนแรงงานในกรรมการไตรภาคีของ สปส.มีคุณภาพที่จำกัด ทั้งในแง่ความรู้ ความสามารถ และความโปร่งใสในแง่ผลประโยชน์ส่วนบุคคล
          ในปัจจุบันตัวแทนฝ่าย ลูกจ้าง เป็นแค่ตัวแทนของผู้ใช้แรงงานภาคเอกชนไม่เกิน 3 แสนคน ที่เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน ซึ่งคิดเป็น 3% ของผู้ประกันตนเท่านั้น
          นี่ ยังไม่นับปัญหาที่สภาองค์การลูกจ้าง"ขนาดใหญ่" หลายแห่งต่างประสบกับข้อกล่าวหาว่า มีสมาชิกที่เป็นสหภาพแรงงาน "กระดาษ"จำนวนมาก
          สภาองค์การนายจ้างบางสภาก็เข้าข่ายเป็นสภากระดาษในลักษณะเดียวกัน
          ใน ปี 2552 กระทรวงแรงงานได้ประกาศระเบียบเกี่ยวกับการคัดเลือกตัวแทนลูกจ้างในคณะ กรรมการไตรภาคีของภาครัฐ โดยให้มีการเลือกตั้ง แต่ผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งก็ต้องเป็นสมาชิกสหภาพ หรือสภา ตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์เช่นเดิม ในที่สุดแล้วเราก็จะได้ผู้แทนนายจ้าง ลูกจ้าง หน้าตาเดิมๆ แต่เราจะเสียเงินเพื่อจัดการเลือกตั้งมากขึ้น
          ปัญหาเรื่ององค์ประชุมของกรรมการก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง
          คณะ กรรมการประกันสังคมมีทั้งหมด 15 ท่าน ดังนั้นการมีกรรมการร่วมประชุม 8 ท่านก็สามารถประชุมตัดสินโครงการสำคัญๆ ที่เป็นผลเสียแก่กองทุนได้ ถ้ากรรมการฝ่ายลูกจ้างรวมตัวกัน 5 ท่าน ก็สามารถตัดสินด้วยเสียงส่วนใหญ่ได้ เช่น
          เมื่อสิ้นปี2551 เป็นช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ผู้แทนฝ่ายลูกจ้างได้เสนอให้สปส. ใช้เงินกว่า 1,000 ล้านบาท ซื้อข้าวสารแจกผู้ประกันตน 9 ล้านคน โดยอ้างว่าเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้ประกันตนที่ยังไม่ได้รับอะไรจาก ประกันสังคม ปรากฏว่ากรรมการฝ่ายลูกจ้างและนายจ้างจับมือกันเห็นด้วย เมื่อให้ลงคะแนนเสียงลับจากผู้เข้าประชุมทั้งหมด 8 ท่านมี 5 ท่านที่เห็นด้วย มี 1 ท่านไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง 1 ท่าน อย่างไรก็ดี โครงการซื้อ
          ข้าวสารนี้ได้ถูกเลิกไปในภายหลัง
          นั่นแสดงให้เห็นว่า กรรมการเพียง 5 คน ก็สามารถกำหนดคุณภาพชีวิตของคนกว่า 10 ล้านคนได้เลย
          กฎหมายประกันสังคมของไทยมันโบราณเกินไปกับสถานการณ์ปัจจุบันเสียแล้ว?
          การบริหารจัดการที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพก็เป็นประเด็นสำคัญ
          ที่ ผ่านมามีกรรมการหลายท่านเป็นเจ้าของผู้ถือหุ้น หรือกรรมการโรงพยาบาลเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับสำนักงานประกันสังคม ซึ่งกรรมการแพทย์มีบทบาทสำคัญในการกำหนดอัตราเหมาจ่ายรายหัวให้แก่โรงพยาบาล คู่สัญญาด้วย
          กรณีหนึ่งซึ่งสะท้อนถึงการจัดซื้อจัดจ้างบริการ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไม่มีประสิทธิภาพ คือ เมื่อสิ้นปี2546 คณะกรรมการได้อนุมัติการจัดสรรเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ จัดหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับการประกันสังคมกรณีว่างงาน จำนวน 394 ล้านบาท ทั้งๆที่ระบบทะเบียนการประกันว่างงานหรือเงินสมทบประเภทอื่นๆก็สามารถใช้ ระบบเดียวกันได้อยู่แล้ว การมีประกันว่างงานมิได้ต้องการระบบสารสนเทศใหม่เลย
          อีกเรื่อง คือ การไปดูงานต่างประเทศ ซึ่งโดยหลักการแล้วการดูงานที่เป็นประโยชน์สามารถนำมาพัฒนาการบริหารจัดการ ได้จริงเป็นสิ่งที่ดี แต่การไปดูงานต่างประเทศของกรรมการบางรายการต้องตอบโจทย์นี้ให้ได้อย่างแท้ จริง
          การใช้จ่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์ก็ไม่มีการเปิดเผยข้อมูล
          สังคม ต้องช่วยกันตรวจสอบสำนักงานประกันสังคมคนละไม้คนละมือ อย่าลืมว่าแม่ค้าทอนเงินให้เราไม่ครบไป 1 บาท เรายังทวงคืนถ้ามีเงินที่ถูกละเลงหายไปกับการบริหารจัดการที่ไม่มี ประสิทธิภาพมันมากกว่านั้นอีกแน่
          แม้เงินนี้ท่านอาจจะไม่ได้ใช้ แต่ลูกหลานหรือญาติของท่านจะได้ใช้แน่นอน
          "การไปดูงานต่างประเทศ ซึ่งโดยหลักการแล้วการดูงานที่เป็นประโยชน์
          สามารถ นำมาพัฒนาการบริหารจัดการได้จริงเป็นสิ่งที่ดี แต่การไปดูงานต่างประเทศของกรรมการบางรายการต้องตอบโจทย์นี้ให้ได้อย่างแท้ จริง การใช้จ่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์ก็ไม่มีการเปิดเผยข้อมูล"


เข้าชม : 1150


ข่าวหลักประกันสุขภาพ 5 อันดับล่าสุด

      สตง.เรียกคืนเงิน500ล้านสาธารณสุขแฉ15จังหวัดใช้งบหลักประกันสุขภาพผิดจี้ สปสช.ระงับซื้อจัดจ้าง 4 / เม.ย. / 2557
      เปิดยุทธศาสตร์ยา\"สปสช.\"แก้ปัญหา\"ผู้ป่วย\"เข้าไม่ถึง 24 / ก.ค. / 2556
      ตั้ง\'เคลียริ่งเฮ้าส์\'สุขภาพชาติคุมเบิกจ่ายค่ารักษา3กองทุน 17 / ก.ค. / 2556
      บอร์ดสปสช.เพิ่มงบบัตรทองรายหัว 139 บาทเริ่มปีหน้า 16 / ก.ค. / 2556
      เตรียมปรับระบบคุมค่าใช้จ่ายรายโรคสปสช.นำร่องผู้ป่วยมะเร็ง 15 / ก.ค. / 2556

<